11 ธันวาคม 2551

Eee PC กู้ชาติ ?

ตั้งชื่อให้ตามสมัยกันหน่อย จริงๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันหรอก พอดีเห็นผู้ใช้ Eee PC 1000H เมืองนอกเขาคงเบื่อกับสีเดิมๆ เบื่อจะมองลายนิ้วมือตัวเองที่แสนจะประทับง่ายดายที่ตัวเครื่อง Eee PC 1000H ของตัวเอง เขาก็เลยจัดการเปลี่ยนสีมันซะเลย



เจ้าของ Eee PC 1000H สีเหลืองอ๋อยเครื่องนี้ชื่อว่า Morphyuz เขาคงเบื่อๆ กับการที่ตัวเครื่องมันติดลายนิ้วมือง่ายเหลือเกิน เลยแงะเครื่องออกมาทำสีใหม่ และไหนๆ ก็ถอดออกมา่ทำสีแล้ว จะให้ทำสีดาดๆ ธรรมดาๆ ก็คงไม่ดัง เลยเอาสีกู้ชาติ เอ้ย สีเหลือง Corvette มาพ่นซะเลย เห็นว่าพ่นอยู่หลายชั้นอยู่เหมือนกัน กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาถึง 3 วันเชียว



แน่นอนว่าโครงการนี้คงไม่เหมาะกับมือใหม่ เพราะคงไม่ใช่งานง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนสีตัวเครื่องจากสีดำมันๆ วาวๆ มาเป็นสีเหลือง Corvette (ดูๆ ไปเหมือนสีเหลือง Ferrari เหมือนกันหรือมันเหลืองเดียวกันหว่า)



ไม่รู้ว่าเขาแกะเมาส์มาทำสีเองด้วยหรือเปล่า หรือว่าซื้อมาก็เป็นสีเหลืองดำแบบนั้นเลย แต่มันช่างเข้ากันกับ Eee PC ทำลายชาติ เอ้ย กู้ชาติซะเหลือเกิน



และเพื่อไม่ให้มันเหลืองไปหมด เขาก็ทำเป็นสีแบบทูโทน เหลืองๆ ดำๆ เท่ไม่หยอก ใครจะลอกไอเดียไปทำบ้างเขาคงไม่ว่ากัน แต่ทำแล้วหมดประกันแน่นอนนะ เตือนไว้ก่อน

อ้างอิง : eeeuser.com

02 ธันวาคม 2551

พระจันทร์ยิ้มให้เรา เรายิ้มกับพระจันทร์ เรายิ้มให้กับทุกคน

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2551 เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม ได้รับโทรศัพท์ให้ออกไปดูปรากฎการณ์พระจันทร์ยิ้ม เนื่องจากช่วงนี้เบื่อหน่ายการเมืองที่ยุ่งเหยิง เลยพาลไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ทำให้ตกข่าวไปอย่างแรง และด้วยความสงสัยว่าพระจันทร์มันจะยิ้มอีท่าไหน ก็เลยรีบวิ่งออกไปดู แถมชวนเด็กๆ วิ่งขึ้นไปชั้นห้าดู ก็เห็นปรากฎการณ์นี้ชัดเจน เสียอย่างเดียว หลังบ้านที่ไปดูพระจันทร์มันมีทางด่วน ก็เลยมีเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่และสูงมาส่องแสงอยู่ตรงหน้า ไม่ได้เป็นที่มืดๆ ให้เห็นพระจันทร์ถนัดตา



ปรากฎการณ์พระจันทร์ยิ้มนี้ประกอบไปด้วย ดาวพฤหัส (ซ้าย) ดาวศุกร์ (ขวา) และพระจันทร์เสี้ยว โคจรมาอยู่ในตำแหน่งพอดิบพอดี ทำให้กลายเป็นรูปหน้ายิ้ม



บอกตรงๆ ว่าเห็นแล้วทำให้อารมณ์ดีตามไปด้วยเลย อาจเป็นเพราะสถานการณ์บ้านเมืองที่มันตึงเครียดเหลือเกิน ไม่มีข่าวอะไรดีๆ ผ่านมาในชีวิตเลย พอเห็นปรากฎการณ์ครั้งนี้ ก็เลยรู้สึกดี ซึ่งน่าแปลก ปกติจะไม่ค่อยยินดียินร้ายกับปรากฎการณ์ธรรมชาติเท่าไรนัก แต่คราวนี้ผิดกันเลย



สำหรับคนรักที่อยู่ห่างไกลกัน ก็สามารถยิ้มพร้อมกันได้ เมื่อมองฟ้าเห็นพระจันทร์ยิ้มนี้พร้อมๆ กัน สามารถยิ้มรับกับพระจันทร์ ซึ่งอาจสื่อไปถึงการยิ้มให้กับคนรักของเราก็ได้

สำหรับผมแล้วเมื่อได้เห็นดาวสามดวงที่มาแท็กทีมทำรูปหน้ายิ้มให้ มันทำให้รู้สึกว่า ปัญหาใดๆ ก็สามารถยิ้มรับสู้กับปัญหานั้นได้ ขนาดพระจันทร์ยังยิ้มให้กับชาวโลกเลย และเราๆ เอง ทำไมไม่ยิ้มให้กับใครๆ ยิ้มให้กับพระจันทร์ก็ได้ เพราะมันจะสะท้อนไปให้กับคนที่มองพระจันทร์และยิ้มอยู่ตอนนั้นด้วย
หากคนเรายิ้มให้กัน ทัศนคติดีๆ ก็จะมีให้แก่กัน ความขัดแย้งต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นยาก หรือสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ .... เพียงแค่รอยยิ้มเล็กๆ ของแต่ละคนเท่านั้นเอง

26 พฤศจิกายน 2551

ได้มาแล้ว Ubuntu 8.10 Desktop CD จาก Canonical

สิ่งที่น่าประทับใจอย่างหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Ubuntu ก็คือ ผู้พัฒนายินดีส่ง CD ของ Ubuntu ให้กับผู้สนใจทั่วโลกฟรี ถือเป็นการเชิญชวนให้ใช้งานอยู่สุดฤทธิ์ เพระาหากอยากใช้ก็ไม่จำเป็นต้องไปดาวน์โหลดทั้งแผ่นให้เหนื่อย แค่สั่งและอดทนรอทาง Canonical ส่งมาให้ ก็ได้ใช้งานอย่างง่ายๆ

มาดูกันดีกว่าว่าเขาส่งมาแบบไหนกัน



ได้รับมาเป็นซองกันกระแทกอย่างดี ตรวจสอบแล้วชื่อเป็นของเราแน่นอน



ซองจะบุกันกระแทกไว้ดีมาก ไม่ต้องกลัวแผ่นหักหรืองอ



พลิกมาดูก่อนจะแกะ ก็เห็นมีสติ๊กเกอร์สองแผ่น แผ่นด้านขวามีระบุชื่อ Canonical กับตัวหนังสือเยอะๆ (สายตาไม่ดี มองไม่เห็น)



ว่าแล้วก็แกะออกมาดูเลยดีกว่า ข้างในยังมีซองแข็งใส่ CD อีกชั้นหนึ่ง ระบุชื่อเป็น Ubuntu8.10 Desktop Edition



แบนแผ่นก็มีสกรีนชื่ออย่างสวยงาม



ด้านหลังมีแนะนำว่า Ubuntu คืออะไรด้วย เผื่อใครจะไม่รู้



นอกจากแผ่น CD แล้ว ยังมีสติ๊กเกอร์ Ubuntu ให้ไปติดเล่นอีก 4 แผ่นติดกัน

จริงๆ แล้วดาวน์โหลดโปรแกรมมาตั้งแต่วันที่เว็บ ubuntu.com เปิดให้ดาวน์โหลดวันแรกๆ แล้ว แต่อยากสะสาม CD ของแท้ด้วย เลยไปสั่งให้เขาส่งมา หากใครอยากสะสมเหมือนกัน ก็เข้าไปสั่งได้ที่ https://shipit.ubuntu.com/ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย

13 ตุลาคม 2551

พาเที่ยวงาน Doll Mania 2008

ในวันที่ 9 ตุลาคม 2551 ผมได้ไปกินข้าวเที่ยงที่ห้างสรรพสินค้า Central Plaza สาขารัชดาพระรามสาม ไปเจอเขาจัดงาน Doll Mania 2008 พอดี เลยถ่ายรูปบรรยากาศงานมาให้ดูกัน ใครที่ชอบสะสมตุ๊กตา งานนี้พลาดไม่ได้



งานนี้จัดวันที่ 9 - 19 ตุลาคม 2551 ที่ลานกิจกรรมชั้น G และชั้น 1 ของห้าง Central Plaza สาขาพระรามสาม วันที่ไปเห็นมีตำรวจเยอะแยะ แต่เขาไม่ได้จะมาสลายม๊อบถูพื้นหรอกนะ แต่เห็นว่ามีเชื้อพระวงศ์เสด็จมาเปิดงาน งานบางส่วนเลยไม่ได้เข้าไปดู เพราะโดนกั้นเอาไว้

เริ่มกันที่ชั้น G ก่อนเลยดีกว่า เข้าไปในงานปุ๊บก็เจอตุ๊กตาหมีตะกละ กินเพื่อนตุ๊กตาเข้าไปกว่าร้อยตัวอยู่กลางงาน ด้านล่างมีป้าย Doll Mania 2008 กำกับไว้



เมื่อพูดถึงตุ๊กตา ชนิดแรกที่นึกถึงคือตุ๊กตาหมี สมัยก่อนจะเป็นหมี Teddy Bear แต่เดี๋ยวนี้ต้องเป็น Pooh Bear หรือที่เด็กๆ เรียกว่ามีพูนั่นแหละ



ไม่ได้มาตัวเดียว แต่มาเป็นฝูงเลย



และตุ๊กตาุสุดคลาสสิกก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากปู่ Mickey และยาย Minnie



สำหรับเด็กผู้ชายหรือหนุ่มๆ อย่างผมที่เป็นแฟน Marvel ก็มีตุ๊กตา Bat man ให้จับจองกัน



แล้วก็หมอนข้างประจำบ้าน (ผมเห็นแต่ละบ้าน ชอบซื้อตุ๊กตา Bug Bunny เป็นหมอนข้างประจำ) ว่าแต่นก Twitter เอ้ย Twittie ทำไมไปอยู่ข้างล่างล่ะ



นี่ก็เหล่า Gooffy (เขียนยังไงหว่า สงสัยเขียนผิดแหงมๆ )



ตุ๊กตาแดนซากุระก็มีนะ พี่ Doraemon และเพื่อนๆ ไง ขวัญใจผมเลย



นี่ตัวอะไรหว่า ใครรู้บอกหน่อย ไม่รู้จัก



มีซุ้มแบบม้าหมุนด้วย เอ... ทำไมผมไม่ไปถ่ายอีกฝั่งหว่า ถ่ายมาเห็นแต่ตูดตุ๊กตา



นี่ก็สีสวยดี (ไม่รู้จักอีกนั่นแหละ ทำเฉไฉไปชมสี)



ฮั่นแน่ ย่าทวด Barbie ก็มา ใครเป็นน้องสาวย่าทวด Barbie ยกมือขึ้น



มีขายพร้อมเสื้อผ้า เครื่องแต่งตัวและสัตว์เลี้ยง



เขามีซุ้มหรูๆ เป็นของตัวเองเลยนะ เอ... ต้องเรียกว่าปราสาทสินะ



ดึง dolly ถอยออกมาถ่ายบรรยากาศงานโดยรวมบ้าง



เดินไปเดินมา ก็เจอเจ้าวังค้างคาวโผล่มา ตกใจหมดเลย เดี๋ยวเรียกชอลิ้วเฮียงมาปราบซะเลย



ตอนแรกนึกว่าจะไม่เจอแมวหน้าง่วง Garfied ซะอีก งานนี้มาเหมือนกัน



มาดูแมวน่ารักๆ กันดีกว่า น้องเหมียว Kitty นั่นเอง



เดินๆ ไปสักพัก ก็นึกขึ้นได้ว่า ทำไมไม่มีน้อง blythe ที่บรรดาสาวๆ ป้าๆ ชอบซื้อมาเล่นกันนะ เลยมองดูรอบๆ เห็นว่าชั้น 1 ก็ยังมีอีก เลยเดินขึ้นไปดู ปรากฏว่าชั้นบนจะเป็นซุ้มเรียงรายตามทางเดิน และคราวนี้ก็สมใจ เจอน้อง blythe เพียบเลย มีทั้งพวกโปสเตอร์ เครื่องแต่งตัว เครื่องประดับ และตัวน้อง blythe เองด้วย

นี่ก็เป็นรูปน้องทั้งหลาย จริงๆ อยากถ่ายรูปมาเยอะกว่านี้ แต่คนขายเดินออกมาบอกว่าถ่ายรูปไม่ได้ (ทำไมถ่ายไม่ได้หว่า)



น้องชื่ออะไรกันบ้าง คงต้องไปถามสาวๆ ผมไม่รู้หรอก แต่เห็นมีมาขายอยู่หลายร้าน



นี่ก็มีขายของจุ๊กจิ๊กของน้อง blythe ราคาก็คงไม่ถูกนัก แต่แม่ๆ น้อง blythe เห็นแล้วคงรีบตะครุบ



น้อง blythe ตัวนี้ท่าทางจะแพงนะ เพราะมาอยู่ในตู้กระจกตัวเดียวเลย ท่าทางเจ้าของจะหวงไม่ใช่เล่น เอ... หรือน้องเขากำลังทำงาน (ในตู้กระจก) :-D



เดินมาเกือบถึงลานวงกลมที่จะมีพิธีรับเสด็จ ก็เจอน้อง blythe มากันทั้งรัง เอ้ย มากันทั้งครอบครัว อยากจะถ่ายป้ายชื่อมาให้ดู แต่กล้องมันไม่ใช่ auto focus และไม่มี macro เอาเป็นว่าป้ายชื่อน้องทุกตัว มีกำกับไว้คำหนึ่งที่แม่ๆ น้อง blythe เห็นแล้วต้องตาลุกวาวคือคำว่า "limited" นัยว่าเป็นของหายาก มีเงิน(น้อย) ก็ซื้อไม่ได้



ใครยังเก็บเงินซื้อน้อง blythe ไม่พอ ก็ซื้อรูปน้องๆ ไปดูเล่นก่อนแทนได้



ใหญ่ขนาดเอาไปแขวนผนังเลยก็มี



เท่าที่เดินดูรอบๆ บริเวณงานขั้น G จะเหมาะกับเด็กๆ ส่วนชั้น 1 จะเหมาะกับสาวๆ หรือป้าๆ ที่มีสภาพเศรษฐกิจดีกว่าเด็กๆ เลยทำให้บรรยากาศชั้น G ดูเป็นดินแดงตุ๊กตามากกว่าชั้น 1 ที่เป็นร้านขายของธรรมดาๆ






สำหรับคนที่ชื่นชอบตุ๊กตา ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็แวะเวียนไปชมกันได้ที่ลานกิจกรรมชั้น G และชั้น 1 ห้างสรรพสินค้า Central สาขารัชดาพระรามสาม งานชื่อว่า Doll Mania 2008 จัดวันที่ 9 - 19 ตุลาคม 2551 ตามเวลาเปิดปิดห้าง

18 กันยายน 2551

BarCamp Bangkok # 2

พอดีได้มีโอกาสไปร่วมงาน Barcamp Bangkok #2 ที่จัดขึ้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 30 - 31 สิงหาคม 2551 โดยมีผู้ร่วมงานประมาณ 400 คน ผมเองไปได้แค่วันที่ 30 สิงหาคมซึ่งเป็นวันเสาร์เท่านั้น ถือว่าน่าประทับใจมาก ได้ความรู้ดีๆ มามากมาย อดไม่ได้ที่จะมาเล่าบรรยากาศงานให้ดูกัน

p

เดินเข้าไปที่จุฬา คิดว่าคงต้องเดินหลงแน่ๆ เพราะไม่ได้เข้าไปนานแล้ว แต่ผู้จัดงานก็เหมือนรู้ มีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ สามารถพาผมไปจนถึงที่หมายได้โดยไม่ต้องไปถามทางจากใคร



ไปถึงก็ลงทะเบียนกันก่อน ในงานมีสัญญาณ WiFi ให้ใช้ด้วย เยี่ยมจริงๆ



งานนี้คงจัดไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้หากขาดสปอนเซอร์



ไปถึงตอนประมาณ 10.00 น. หลายๆ คนก็เริ่มแปะหัวข้อที่ต้องการจะพูดแล้ว มีเพึยบๆ เลย



คนที่สนใจอยากฟังเรื่องอะไรก็ไปโหวต หัวข้อไหนถูกโหวตเยอะ ก็มีโอกาสที่จะได้รับการคัดเลือก



หัวข้อที่ถูกคัดเลือก ก็จะถูกนำมาแปะในตารางเวลา ในเวลาเดียวกันก็มีหลายหัวข้อให้เลือกไปฟัง มีแยกเป้นห้องหลายๆ ห้อง



หัวข้อที่มีคนฟังเยอะ ก็ได้ห้องใหญ่ แต่ทุกห้องจะมีอุปกรณ์พร้อม ไม่ว่าจะเป็นไมโครโฟนหรือเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ถึงตอนเที่ยงก็ไม่ต้องไปเดินหาของกินที่ไหน เพราะในงานมีแจกข้าวแจกน้ำให้กินให้ดื่มกันจุใจ สปอนเซอร์เขาดีจริงๆ



รับข้าวรับน้ำมาแล้วก็ขาที่นั่งกินกันตามอัธยาศัย บรรยากาศร่มรื่น ไม่ร้อนนัก



เจอเส้นใหญ่ผัดซีอิ้วไปกล่องนึง อิ่มจนพุงพานไปเลย



พอตอนบ่ายก็มีหัวข้อให้ฟังอีกมากมาย กว่าจะจบก็ประมาณ 18.00 น. เสียดายที่วันนั้นมีธุระ เลยต้องกลับก่อนตอน 16.30 น. เห็นว่ามีงานปาร์ตี้กันตอนค่ำด้วย เมาแอ๋กันไปหลายคน



ต้องขอขอบคุณเหล่าสปอนเซอร์ทั้งหลายที่ช่วยทำให้งานนี้จัดได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากมีจัดคราวหน้าอีก รับรองไม่พลาดแน่ๆ



ก่อนจากกัน ขอประชาสัมพันธ์งานคล้ายๆ กันนี้อีกงาน คืองาน Wordcamp งานสำหรับผู้ใช้ Wordpress โดยเฉพาะ หากสนใจเข้าร่วม เข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ http://wordcamp.kapook.com/